ดีดี
เรื่องเก่ายังไม่ได้อัพให้จบ
ดันขึ้นเรื่องใหม่แล้ว55+
ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องการเที่ยวฮ่องกงของเรา
เริ่มต้นโดยวันแรก
14เม.ย.50
ประมาณ11โมงออกจากบ้าน
ไปถึงสนามบินประมาณ11.30
เจอกับไกด์สุดหล่อ(ดูมุมไหนถึงหล่อ)
ชื่อพี่อั๋น (ยอมให้เป็นพี่เพราะยังไม่แก่)
หลังจากนั้นก็รอๆๆๆๆ
จนครบ23คน
เช็คอินticket
แล้วก็เข้าข้างใน
ขอบอกสุวรรณภูมิ duty free
เหมือนเดินในพารากอนเลย
ไฮโซสุดๆ
แล้วก็ไปยืนดูยักษ์กะเทวดาดึงพญานาคกัน
เราว่าเรารู้แล้วใครกินแรง55+
อืม...หลังจากเดินนานๆ
ก็ไปกินเบอร์เกอร์คิง
แล้วก็ขึ้นGate
ขอบอกว่ามันไกลมากๆ
สุดขอบเลย
เที่ยวบินที่เราจะขึ้นก็..
ฟินแอร์ นั่นเอง
และก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง
ที่นั่งแคบๆ
อึดอัดชอบกล
เราว่าสิงคโปร์แอร์ไลน์ดีกว่า
แต่เที่ยวบินนี้แอร์คนไทยเยอะมากๆ
และแล้วก็ถึงเวลาออกบิน
ขณะที่กำลังวิ่งในเลนเวย์
เครื่องบินก็ดับ
เอาดื้อๆเลย
ให้มันได้งี้ดิ
เลยทำให้ต้องถอยเครื่องบินกลับไปตั้งต้นใหม่
ทำให้lateไปเกือบๆชั่วโมง
ให้ตายเถอะ
ดีมันดับข้างล่างไม่ใช่ข้างบน
นั่งมาเป็นสิบๆหนไม่เคยจะเจอ
แอร์เนี่ยหน้าซีดเลย
เหอๆ พอเครื่องขึ้น
ตอนไต่ความสูงก็ขึ้นได้น่ากลัวจริงๆ
ชวนจะอ้วก
แบบว่านะ แย่ที่สุด
ตอนลงก็เช่นกันลดได้เสียวจริงๆ
แต่ก็ยังดียังไงก็ถึงฮ่องกง
แต่กว่าจะถึงก็ดึกแล้ว
ก็มันเสียเวลาตอนต้องติดเครื่องใหม่อ่ะ
พอไปถึงขอบอกสนามบินเขาสวยดี
เห็นแล้วนึกถึงสุวรรณภูมิ
พอพอกันเลย
พอถึงก็นั่งรถโค้ช
มีไกด์ท้องถิ่นสาวสวย
ชื่อแองเจิ้ลมารับ
พูดไทยชัดๆ
แต่เขาเป็นคนจีนอ่ะ
น่ารักดี แต่น่าเหมือนใครไม่รู้คุ้นๆ
เอาเถอะเขาก็พูดพล่ามๆ
แซวคนนู้นคนนี้มาตลอดทาง
แถมทักแม่เรากะพ่อเราเป็นพี่น้องกัน55+
เอางั้นเลย
เรานั่งรถไปเรื่อยๆ
ก็ถึงสถานีรถไฟ
ต้องลากกระเป๋าตัวเองขึ้นรถไฟ
1สถานี
แล้วก็ถึงด้านเข้าจีน
เซินเจิ้น(ฉันเขียนถูกไหมเนี่ย)
ช่างเถอะเอาเป็นว่าเขาขึ้นชื่อเรื่องขายของแบรนด์เนมปลอม
นั่นแหละ
ต้องผ่านด่านฮ่องกงและจีน
กว่าจะผ่านขอเถอะเบื่อ
นานมากๆ
กลัวเราจะไปอยู่หรือไง
กว่าจะได้กินข้าวเย็น
ก็นู้น5ทุ่มฮ่องกง
แล้วไปกินที่ชั้น4ของห้าง
แล้วคิดดูดึกขนาดนั้นห้างมันก็ปิดดิ
ลิฟท์ปิด บันไดเลื่อนปิด
แล้วคิดดูกินก่อนเข้าโรงแรม
แบกกระเป๋าไปด้วย
เดินจากด่านไปกินข้าว
ขึ้นบันไดลงบันไดอ้วกจะแตก
แล้วยังต้องยกกระเป๋าขึ้นบันไดเลื่อนแคบๆ
ไอ้พวกคนจีนก็มองแบบ..
มันทำอะไรกัน
4ชั้นกว่าจะถึงข้าวเงี้ยไม่อยากจะกินแล้ว
แย่มากๆ
แต่เราได้เห็นพนักงานเสิร์ฟ
หน้าเหมือนจุนกิด้วยแต่ผมสั้นกว่า
55+
แล้วพอกินเสร็จ
เรายังต้องไปโรงแรมกันอีกเดินขึ้นลงบันไดอีกหลาย
กว่าจะถึงโรงแรมเกือบตาย
แล้วก็นอนเลยคะเป็นตายไม่รู้สึกตัว
15เม.ย.50
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยข้าวเช้าที่ชั้น3
คือคนไทยเยอะมากจนต้องเปิดฟลอร์ให้กินข้าวเพิ่ม
อาหารพอใช้ แล้วก็คนไทยเยอะมากๆ
แล้วก็ไปดูคลังสินค้า
ขายของปลอม
ดูแล้วงั้นๆ
เฉยๆไม่ได้กินเงินเราหรอก
55+
แล้วก็ไปเดินในห้างที่มีแหล่งของปลอมเยอะสุด
ดูไปก็เฉยๆนะ
ไม่เห็นมีอะไรน่าซื้อ
มันก็เหมือนๆเมืองไทยขาย
เพียงแต่สามารถต่อราคาได้เยอะมากๆ
ก็แค่นั้น
แต่ที่โดนใจเราเนี่ย
ไปร้านหนังสื้อ
เห็นหนังสือจุนกิ
สุดยอด48หยวน
ลองคูณ5ดู
ก็ไม่ถือว่าแพงมมาก
แค่240เอง
แต่เรามีแล้วอ่ะ
เลยลังเล
ไม่ได้ซื้อมาแอบเซ็ง
ช่างเถอะ...มันผ่านไปแล้ว
และก็ไม่ได้ซื้ออะไรเลยสักอย่าง
แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรตอนเที่ยงเรากินข้าวร้านเดิม
กับเมื่อวาน
อาหารก็คล้ายๆเดิม
แอบกินแล้วเบื่อ
ฉันไม่ชอบอาหารจีนเท่าไหร่นิ
ไม่ปลื้ม...
แล้วหลังจากนั้นเขาพาไปดูแผนผังเมืองเซินเจิ้นจำลอง
ก็สวยดีนะ
55+
อ๋อ...ลืมบอก
ไกด์เราที่เป็นไกด์ท้องถิ่นที่จีนชื่อ หมี่
เพราะแองเจิ้ลเขาทำเฉพาะในฮ่องกง
ก็เป็นคนจีนพูดไทยแต่ไม่ค่อยชัด
อืม..ตอนไปดูแผนผังเมืองจำลอง
ชั้นล่างของที่นั่น
มีรูปปั้นมังกรสองตัว
ตัวหนึ่งถือลูกแก้ว
มังกรแทนจีน ลูกแก้วฮ่องกง
ทำขึ้นเนื่องจากฮ่องกงกลับคืนสู่จีน
และอีกตัว
ถือดอกบัว
แทนมาเก๊า
เหตุผลที่ทำก็เหมือนกัน
พอพี่หมี่เขาอธิบายเสร็จ
เขาก็เรื่องลูกทัวร์มาถ่ายรูปร่วมกัน
เขาก็บอกมาถ่ายรูปหมูกัน
พูดซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้ว่ามันผิด
ลูกทัวร์ก็หัวเราะ
จนพี่อั๋นมาได้ยินก็บอกว่าไม่ใช่
รูปหมู่ไม่ใช่หมู
เหอๆๆพวกเรากลายเป็นหมูไปซะแล้ว
หลังจากดูเสร็จเราก็ไปซื้อหยก
ขอบอกคนขายคนจีน
พูดไทยได้ทุกคน
ที่นี่ก็ต่อได้เช่นเคย
ไม่ไหวแล้ว
ตอนแรกไทยไม่ค่อยชัด
ต่อไปต่อมา
ไทยชัดเชียว
ยิ่งเวลาบอกไม่ได้ไม่ได้เนี่ย
ชัดสุดๆ
55+
แล้วหลังจากนั้นไปชมการแสดงสวยๆ
สวยจริงๆ
ที่นั่นมีขายพุทราเชื่อม
แบบในหนังจีนด้วย
แต่อันหนึ่งหลายเหรียญอยู่
แพงจริงๆ
อ๋อมีลูกมะพร้าวยักษ์
ที่นี่ก็กว้างๆนะนั่งรถดู
ก็คล้ายเมืองจำลองบ้านเรา
แต่มีแต่ของจีนๆอ่ะ
อืม...แล้วเราก็ไปกินข้าวร้านฝั่งตรงข้าม
ก็เหมือนเดิมอ่ะ
อาหารจีน
หน้าตาเดิมๆ
เสร็จแล้วก็เข้าโรงแรมนอน55+
16 เม.ย.50
วันนี้ออกจากจีน
ผ่านด่านอีกตามเคย
คราวนี้ผ่านด่านรถ
คราวก่อนด่านรถไฟ
คนเยอะจริงๆ
เหนื่อยมาก
ยกกระเป๋าขึ้นๆลงๆ
แล้ว...
วันนี้ไปดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง
ที่นี่เครื่องเล่นน้อยมากๆ
แต่ยังดีที่เขาพูดภาษาอังกฤษนะ
ที่หนุกๆก็มีหมีพูห์กับมิคกี้3d
นอกนั้นเฉยๆ
Space mountainนิก็
เหอๆหลับตาเลยเวลาที่มันล่วงลงข้างล่าง
เสียวกว่าไวกิ้งอีก
แต่พ่อเราดันบอกว่าเฉยๆ
เหอๆ
เราไม่เอาแล้วครั้งเดียวพอ
และวันนี้แหละที่บังเอิญได้รู้เรื่องบางอย่าง
ว่าไกด์เราพี่อั๋นเขาเป็นอาจารย์นะตัว
เป็นอาจารย์ที่มหาสารคามสอนการโรงแรม
ไม่น่าเชื่อเลย
เขาบอกเวลาสอนหน้าจะบึ้ง
ให้แค่เอกับเอฟ
(ขอบอกว่าฟังแล้วไม่น่าเชื่อถือ)
ปกติพี่อั๋นจะหน้ายิ้มเสมอ
ยิ้มจนเมื่อยแทน
อืม...เล่นเครื่องเล่นมันเกือบทุกอย่าง
แล้วก็ไปซื้อของ55+
แล้วก็ออกจากดิสนีย์
อ๋อตอนนี้ไกด์ก็กลายเป็นไกด์ที่นี่คือ
ซันนี ผู้ชายนะ
พูดไทยไม่ค่ยชัดหรอก
เขาเคยอยู่เมืองไทยตั้ง7ปี
ไม่อยากเชื่อ
ตอนนี้เช็คอินโรงแรม
พอเข้าที่พักไกด์เขาก็เอาของมาขาย
ก็ไปดูที่ห้องเขา
แล้วก็ซื้อๆ55+
แล้วหลังจากนั้นก็ไปกินข้าว
กินเสร็จเดินเลยนาธาน
แหล่งช้อปปิ้ง
แต่อยากบอกของแพง
ไม่ได้ซื้ออะไรเลย55+
แล้วก็เดินขาลากลับโรงแรมนอน
พอถึงโรงแรมไกด์ก็โทรมาถามพอดี
ปรากฏเรามาถึงกลุ่มสุดท้ายซะงั้น
55+
17เม.ย.50
วันนี้ก็กินติ๋มซำร้านตรงข้ามกับโรงแรม
แล้วหลังจากนั้นก็ไปดูวิคตอเรียพีค
ระหว่างทางเขาก็แนะนำบ้านดาราฮ่องกงดังๆตลอดทาง
ก็แนะนำตายห่านี้ของใครราคาเท่าไหร่
อ๋ออย่าพึ่งตกใจตายห่าก็คือตึกนั้นแหละ55+
และมีที่หนึ่งเขาบอกเบิร์ดธงไชย
เคยมาถ่ายmv
แต่เราว่าไม่น่าใช่mvนะเราว่ามันน่าจะถ่ายละครมากกว่า
มันคุ้นๆ
55+
อันนี้ซันนีเป็นคนบอกนะ
แล้วซันนียังถามอีกมารู้จักน้าเน็คป่ะ
แบบว่าสุดยอดเลย
เขาบอกว่าพอดีพึ่งเจอน้าเน็คไม่กี่วันก่อน
อิจฉา55+
อืม.วิคตอเรีย พีคสวยมากๆ
เป็นวิวตึกที่สวยที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา
แล้วหลังจากนั้นก็ไปไหว้พระ
แล้วก็เดินข้ามสะพานต่ออายุ
แล้วก็ไปร้านจิวเวอรรี่ที่เราก็ไม่ได้อะไรอีกตามเคย
แล้วหลังจากนั้นก็กินข้าว
อาหารจีนตามเดิม
แล้วก็ไปสะพานดารา
คือที่ๆเขาปั้มมือลงคอนกรีตไว้
พวกดาราฮ่องกงอ่ะ
ก็นะวิวสวยดี55+
แล้วหลังจากนั้นเขาก็ปล่อยให้เดินนาธานอีกรอบ
ก็ไม่ไงก็เดินๆ
ก็ไม่ได้อะไรอีก
ชีวิตมันช่างเศร้า
อ๋อได้มาอย่างหนึ่งสมุดลายFMA
ติดราคาไว้8เหรียญ
ด้วยความที่เมืองไทยไม่มี
เลยทำใจปล้ำจะซื้อ
ปรากฏพอจ่ายเลือ3เหรียญ
ขอเถอะถูกดี55+
15บาทถูกเว่อร์ดีจริง
อืม...แล้วก็กลับโรงแรมมุ่งตรงไปสนามบิน
แล้วก็เดินซื้อของในสนามบิน
ของเขาสวยดีนะสนามบินอ่ะ
แต่ก็สกปรกพอๆกับสุวรรณภูมิ55+
อืม...แล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องบิน
และก็ถึงเวลาออกบิน
แต่ก็ไม่สามารถออกบินได้
เพราะไต้ฝุ่นลง
lateอีกเป็นชม.
lateไปlateกลับ
เซ็งๆๆๆ
แล้วก็บินกลับเมืองไทย
นั่งแท็กซี่กลับบ้าน
จบการเดินทางทรหด
ครั้งเดียวเพียงพอ
เหอ..เหนื่อย
ไม่ไปมันแล้วฮ่องกง





